5 ข้อพลาดเรื่องกฎหมายไก่ชนรายรัฐ ที่แฟนไก่ชนมักทำ
กฎหมายไก่ชนรายรัฐของสหรัฐอเมริกาให้คำตอบเดียวกันทุกรัฐ คือการชนไก่ผิดกฎหมายครบทั้ง 50 รัฐ รวมถึงเขตวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมากกว่า 40 รัฐกำหนดให้เป็นความผิดอาญาร้ายแรง (felony) การครอบครองไก่เพื่อใช้ชนถูกห...
5 ข้อพลาดเรื่องกฎหมายไก่ชนรายรัฐ ที่แฟนไก่ชนมักทำ
กฎหมายไก่ชนรายรัฐของสหรัฐอเมริกาให้คำตอบเดียวกันทุกรัฐ คือการชนไก่ผิดกฎหมายครบทั้ง 50 รัฐ รวมถึงเขตวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมากกว่า 40 รัฐกำหนดให้เป็นความผิดอาญาร้ายแรง (felony) การครอบครองไก่เพื่อใช้ชนถูกห้ามใน 39 รัฐกับ ดี.ซี. และการเข้าชมเป็นความผิดใน 43 รัฐกับ ดี.ซี. รัฐสุดท้ายที่ออกกฎห้ามคือลุยเซียนาในปี 2008 ขณะที่กฎหมายสหพันธรัฐอย่าง Animal Welfare Act ซ้อนทับอีกชั้น โดยโทษจำคุกสูงสุดอยู่ที่ 1 ปีสำหรับผู้เข้าชม 3 ปีสำหรับการนำผู้เยาว์เข้าร่วม และ 5 ปีสำหรับผู้จัดหรือผู้สนับสนุน ข้อสรุปจากเว็บไซต์ฝึกไก่ชนคือ อย่าใช้ช่องว่างระหว่างรัฐเป็นเหตุผลตัดสินใจ เพราะกฎหมายกลางปิดช่องนั้นไว้หมดแล้ว หากจะเดินทางหรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับไก่ชนในสหรัฐฯ ให้ตรวจกฎของรัฐนั้นและปรึกษาทนายก่อนทุกครั้ง
"Ignorantia juris non excusat" — ความไม่รู้กฎหมายไม่ใช่ข้อแก้ตัว
สุภาษิตกฎหมายละตินบทนี้ใช้ได้ตรงที่สุดกับเรื่องที่เรากำลังคุยกัน บอกตรง ๆ นะ ผมเจอแฟนไก่ชนหลายคนที่รู้เรื่องสายพันธุ์ ท่าทางการตี และการดูแลไก่ลึกกว่าใคร แต่พอถามว่ากฎหมายไก่ชนในสหรัฐฯ เป็นอย่างไร ก็ตอบจากความจำที่ฟังต่อ ๆ กันมา คำถามที่บทความนี้ตอบคือ ถ้าคุณมีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ติดต่อธุรกิจ หรือมีญาติอยู่ที่นั่น คุณต้องรู้อะไรเกี่ยวกับกฎหมายไก่ชนรายรัฐ และพลาดตรงไหนได้บ้าง
ผมมองเรื่องนี้แบบนักลงทุน คือดูต้นทุนกับผลตอบแทนให้ชัด ผลตอบแทนจากการไปยุ่งกับสนามที่ผิดกฎหมายคือศูนย์ ส่วนต้นทุนคือคดีอาญา ประวัติติดตัว และอาจรวมถึงปัญหาวีซ่า ที่น่าสังเกตคือเว็บไซต์ฝึกไก่ชนเขียนเนื้อหานี้เพราะอยากให้คนในวงการแยกให้ออกว่าอะไรคือกีฬาประเพณีที่ทำถูกกฎหมายในประเทศของตน และอะไรคือสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจนในอีกประเทศหนึ่ง
กฎหมายระดับรัฐกับระดับสหพันธรัฐต่างกันอย่างไร?
กฎหมายระดับรัฐกำหนดโทษตามแต่ละรัฐ ส่วนกฎหมายสหพันธรัฐอย่าง Animal Welfare Act ใช้ทั่วประเทศพร้อมกัน ทั้งสองชั้นทำงานซ้อนกัน ผู้กระทำผิดจึงถูกดำเนินคดีได้ทั้งสองระดับ และการที่รัฐหนึ่งเขียนกฎเบากว่าไม่ได้ทำให้พฤติกรรมนั้นถูกกฎหมายทั้งประเทศ
ตามข้อมูลของ LawInfo การชนไก่ผิดกฎหมายทุกรัฐ แต่ความรุนแรงของโทษต่างกัน มากกว่า 40 รัฐรวมถึง ดี.ซี. จัดเป็น felony ที่เหลือเป็นความผิดลหุโทษ (misdemeanor) ตัวเลขที่นักอ่านกฎหมายมักมองข้ามคือช่องว่างระหว่างการครอบครองกับการเข้าชม คือครอบครองไก่เพื่อชนผิดใน 39 รัฐกับ ดี.ซี. แต่การเข้าชมผิดถึง 43 รัฐกับ ดี.ซี. แปลว่ามีอย่างน้อย 4 รัฐที่การนั่งดูผิดกฎหมายทั้งที่การเลี้ยงไม่ได้ถูกห้ามโดยตรง ส่วนอีกประมาณ 7 รัฐ กฎหมายรัฐไม่ได้เอ่ยถึงการเข้าชมไว้เลย
ตรงนี้คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิดแล้วหยิบไปใช้ต่อ ข้อสรุปที่ว่า รัฐนี้ไม่ได้ห้ามการดู ดังนั้นไปดูได้ ผิดตั้งแต่ต้น เพราะ Animal Welfare Act ระบุให้การเข้าร่วมสังเกตการณ์การต่อสู้ของสัตว์เป็นความผิดระดับสหพันธรัฐ โทษจำคุกสูงสุด 1 ปี ไม่ว่ารัฐนั้นจะเขียนกฎไว้อย่างไร ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ก็ช่วยให้เห็นภาพ ลุยเซียนาซึ่งเป็นรัฐสุดท้ายที่ออกกฎห้ามมีผลบังคับในปี 2008 และนิวเม็กซิโกห้ามก่อนหน้านั้นไม่นานในปี 2007 หลังจากนั้นกฎหมายกลางก็ขยายคลุมดินแดนในปกครองของสหรัฐฯ ด้วย รายละเอียดทั่วไปของกีฬานี้ในมุมประวัติศาสตร์ อ่านเพิ่มได้ที่ Wikipedia: Cockfighting
[Internal Link: ประวัติและวัฒนธรรมไก่ชนในแต่ละประเทศ]
ถ้าคุณวางแผนเดินทางไปสหรัฐฯ ควรทำอย่างไร?
ให้ปฏิเสธทุกคำชวนที่เกี่ยวกับสนามชนไก่ตั้งแต่ต้น แม้เป็นแค่การไปดูเฉย ๆ และตรวจกฎของรัฐปลายทางก่อนเดินทาง เพราะการเข้าชมผิดใน 43 รัฐกับ ดี.ซี. และผิดตามกฎหมายสหพันธรัฐด้วย โทษสูงสุดคือจำคุก 1 ปี
สมมติคุณมีเพื่อนคนไทยหรือคนรู้จักที่อยู่ในสหรัฐฯ แล้วเขาชวนไปดูสนามส่วนตัวนอกเมือง คุณอาจคิดว่าไปดูเฉย ๆ ไม่ได้เล่นอะไร แต่ในมุมกฎหมาย การปรากฏตัวในสนามที่ถูกจับกุมคือหลักฐานชิ้นแรกของคดี นอกจากนี้การจู่โจมสนามมักมาพร้อมข้อหาอื่น ซึ่ง LawInfo ระบุว่าการชนไก่มักเชื่อมโยงกับการพนันผิดกฎหมายและยาเสพติด ผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุจึงอาจถูกสอบสวนเรื่องเหล่านั้นด้วย ที่สำคัญสำหรับคนถือวีซ่าคือ คดีอาญาในสหรัฐฯ อาจกระทบการขอวีซ่าครั้งต่อไป
ขั้นตอนที่ผมแนะนำให้ทำตามลำดับ มีดังนี้
- ตรวจสอบว่ารัฐปลายทางห้ามการเข้าชมหรือไม่ จากเว็บไซต์ทางการของรัฐหรือสำนักงานทนายความที่เชื่อถือได้
- ถ้ามีคนชวนไปงานที่มีไก่ ให้ถามก่อนว่าเป็นงานอะไร และถอนตัวทันทีถ้าเกี่ยวกับการชนกัน
- อย่าถ่ายภาพหรือโพสต์ภาพสนามที่ไม่แน่ใจสถานะ เพราะภาพก็เป็นหลักฐานได้
- หากเจอเจ้าหน้าที่ ให้ขอปรึกษาทนายก่อนให้ปากคำ
ถ้าคุณเลี้ยง ซื้อขาย หรือส่งไก่ข้ามรัฐ ควรทำอย่างไร?
ให้ถือว่าไก่หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่มีเจตนาใช้ชนเป็นสิ่งต้องห้าม และอย่าขนส่งข้ามรัฐหรือข้ามประเทศ เพราะกฎหมายสหพันธรัฐห้ามการขายหรือขนส่งสัตว์เพื่อการต่อสู้ รวมถึงอุปกรณ์มีคมที่ออกแบบมาใช้กับไก่ชน ผู้ฝ่าฝืนเจอโทษจำคุกได้สูงสุดหลายปี
นี่คือหัวข้อที่ผมอยากให้นักลงทุนสายไก่ชนอ่านช้า ๆ เพราะเงินเสี่ยงสูงสุดอยู่ตรงนี้ Animal Welfare Act ที่ได้รับการเสริมโดย Animal Fighting Prohibition Reinforcement Act ยกระดับการค้าสัตว์เพื่อต่อสู้และอุปกรณ์มีคมให้เป็นความผิดอาญาร้ายแรง ผู้จัดหรือผู้สนับสนุนอาจต้องโทษสูงสุดถึง 5 ปีต่อกระทง ส่วนการนำผู้เยาว์เข้าร่วมมีโทษสูงสุด 3 ปี ข้อมูลทางการของกฎหมายนี้อ่านได้ที่ National Agricultural Library (USDA)
ข้อสังเกตที่ผมได้จากการเทียบตัวเลข คือหลายคนคำนวณความเสี่ยงจากกฎหมายของรัฐตัวเองอย่างเดียว ทั้งที่ธุรกรรมข้ามรัฐทำให้เรื่องกลายเป็นคดีสหพันธรัฐทันที เหมือนการดูแค่ต้นทุนค่าธรรมเนียม แต่ลืมภาษีและค่าปรับที่ซ่อนอยู่ ถ้าคุณเป็นผู้เพาะพันธุ์ไก่ที่ถูกกฎหมายในประเทศของคุณ สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดคือไม่ส่งไก่หรืออุปกรณ์ไปยังสหรัฐฯ และไม่รับคำสั่งซื้อจากปลายทางที่ไม่ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน ในไทยเอง การเล่นพนันไก่ชนต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และต้องทำในสนามที่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นกรอบคนละเรื่องกับกฎหมายสหรัฐฯ ใบอนุญาตไทยไม่ได้คุ้มครองคุณเมื่อสิ่งของหรือตัวคุณข้ามพรมแดน
[Internal Link: คู่มือกฎกติกาสนามไก่ชนที่ถูกต้องตามกฎหมายไทย]
ถ้าคุณทำคอนเทนต์หรือเจอสนามที่น่าสงสัย ควรทำอย่างไร?
ให้ไม่เผยแพร่ภาพหรือข้อมูลที่โปรโมตการชนไก่ในพื้นที่ที่ผิดกฎหมาย และถ้าพบสนามที่น่าสงสัยในสหรัฐฯ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือหน่วยงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ การโปรโมตหรือสนับสนุนอาจถูกตีความเป็นการจัดหรือสนับสนุน
ผู้สร้างคอนเทนต์สายไก่ชนมักคิดว่าการแชร์ก็แค่ข้อมูล แต่ในมุมผู้บังคับใช้กฎหมาย การโฆษณาตารางชนหรือชวนคนเข้าสนามอาจเข้าข่ายการสนับสนุน ซึ่งเป็นกลุ่มที่โทษหนักที่สุดในกฎหมายสหพันธรัฐ เว็บไซต์ฝึกไก่ชนจึงเลือกเน้นเนื้อหาเรื่องสายพันธุ์ การฝึก การดูแลสุขภาพ และกฎกติกาสนามที่ถูกกฎหมาย แทนการโปรโมตการแข่งขันในที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต ก่อนเผยแพร่เนื้อหาใดก็ตาม ลองถามตัวเองสามข้อ
- สถานที่ในภาพหรือวิดีโอได้รับอนุญาตตามกฎหมายของประเทศนั้นหรือไม่
- เนื้อหานี้ชวนให้ผู้ชมในประเทศที่ห้ามไปเข้าร่วมหรือไม่
- มีตัวเลขเดิมพันหรือช่องทางติดต่อพนันผิดกฎหมายปรากฏอยู่หรือไม่
ถ้าคำตอบข้อใดข้อหนึ่งทำให้ลังเล ให้ตัดเนื้อหานั้นออก ต้นทุนของการลบโพสต์หนึ่งชิ้นต่ำกว่าต้นทุนของคดีหลายเท่า และการเก็บชื่อเสียงของช่องไว้ในระยะยาวก็คือผลตอบแทนที่ดีที่สุดสำหรับนักสร้างคอนเทนต์
กับดักที่แฟนไก่ชนมักพลาดมีอะไรบ้าง?
กับดักหลักมี 5 ข้อ ได้แก่ เชื่อว่ารัฐที่ไม่ห้ามการดูคือรัฐที่ดูได้ มองว่าแค่ครอบครองไม่ผิด คิดว่าใบอนุญาตไทยใช้ได้ที่อื่น ส่งอุปกรณ์ข้ามพรมแดน และโพสต์เนื้อหาที่เข้าข่ายโปรโมต ทุกข้อเกิดจากการมองกฎหมายระดับรัฐเพียงชั้นเดียว
ขอให้ผมไล่ทีละข้อ เพราะแต่ละข้อมีตัวเลขรองรับ
- เชื่อว่าช่องว่างระหว่างรัฐคือช่องทางรอด — กฎหมายรัฐอาจไม่ครอบคลุมการเข้าชม แต่กฎหมายสหพันธรัฐครอบคลุม โทษสูงสุด 1 ปี
- คิดว่าแค่ครอบครองไม่ผิด — ผิดใน 39 รัฐกับ ดี.ซี. และถ้าเจตนาใช้ชน ก็เข้าข่ายอื่นได้อีก
- คิดว่าใบอนุญาตไทยคุ้มครองทุกที่ — ใบอนุญาตตามกฎหมายไทยมีผลในไทยเท่านั้น
- คิดว่าอุปกรณ์เป็นแค่สินค้า — อุปกรณ์มีคมที่ออกแบบสำหรับไก่ชนอาจเป็นความผิดอาญาร้ายแรงตามกฎหมายสหพันธรัฐ
- ไม่ตระหนักว่าการโพสต์เป็นการสนับสนุน — โทษของผู้สนับสนุนหนักถึง 5 ปี
ที่ผมอยากเน้นคือข้อ 1 เพราะเป็นข้อที่ทำให้คนฉลาด ๆ พลาดบ่อยที่สุด ผมบอกตรง ๆ ว่าถ้าคุณใช้ตรรกะของนักลงทุนกับเรื่องนี้ คุณจะเห็นว่ามันคือการเดิมพันที่ผลตอบแทนติดลบเสมอ ไม่ว่ารัฐไหนจะเขียนกฎอย่างไร และหัวใจสำคัญคือต้องตัดสินใจจากกฎที่เข้มที่สุดที่ใช้ได้กับคุณ ไม่ใช่กฎที่หละหลวมที่สุดที่คุณหาเจอ
[Internal Link: ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายการพนันข้ามประเทศ]
เช็กอิน 30 วันควรทำอะไรเพื่อไม่ให้พลาดเรื่องกฎหมาย?
ให้ใช้ 30 วันแรกทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็น 4 สัปดาห์ คือสัปดาห์ที่ 1 ตรวจกฎรัฐ สัปดาห์ที่ 2 ตรวจกฎสหพันธรัฐ สัปดาห์ที่ 3 ตรวจเนื้อหาและธุรกรรมของตัวเอง สัปดาห์ที่ 4 ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ แล้วบันทึกผลไว้เป็นหลักฐาน
เหตุผลที่ผมแนะนำให้ทำเป็นรอบ 30 วัน คือกฎหมายเปลี่ยนได้ และความเข้าใจของเราก็เลือนได้ ลองดูแผนนี้
- สัปดาห์ที่ 1: รวบรวมรายชื่อรัฐที่คุณเกี่ยวข้อง แล้วเปิดดูว่ากฎของรัฐนั้นห้ามการครอบครอง การเข้าชม และการค้าหรือไม่
- สัปดาห์ที่ 2: อ่านภาพรวมของ Animal Welfare Act จากแหล่งทางการ และจดโทษสูงสุดไว้ 1 ปี 3 ปี และ 5 ปีตามที่กล่าวไว้ข้างต้น
- สัปดาห์ที่ 3: ย้อนดูโพสต์ ข้อความขายสินค้า และประวัติคำสั่งซื้อ ลบสิ่งที่เข้าข่ายโปรโมตหรือขนส่งผิดกฎหมาย
- สัปดาห์ที่ 4: ถ้ายังมีข้อสงสัย ให้ปรึกษาทนายความที่รู้เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ แล้วสรุปเป็นกฎส่วนตัวหนึ่งหน้า
เมื่อครบ 30 วัน คุณจะมีสิ่งที่ผมเรียกว่างบดุลความเสี่ยงของตัวเอง คือรู้ว่าอะไรทำได้ อะไรห้ามทำ และอะไรต้องถามก่อน เป็นนิสัยเดียวกับที่นักลงทุนใช้ทบทวนพอร์ตทุกเดือน ผมอยากให้คุณเป็นพันธมิตรที่ฉลาดและปลอดภัยกับผม เพราะเราอยู่ในวงการนี้ได้นานกว่า เมื่อเราเล่นอยู่ในกรอบที่ถูกต้อง และอย่าลืมติดตามเนื้อหาที่ถูกกฎหมายอย่างการฝึก การดูแลสุขภาพ และสายพันธุ์ไก่ชนไทยที่ฝึกไก่ชนรวบรวมไว้
[Internal Link: คู่มือพันธุ์ไก่ชนและการดูแลสุขภาพ]
คำถามที่พบบ่อย
Q: กฎหมายไก่ชนรายรัฐในสหรัฐฯ คืออะไร?
A: คือชุดกฎหมายของแต่ละรัฐที่ห้ามจัด ครอบครอง และเข้าชมการชนไก่ ซึ่งผิดกฎหมายครบทั้ง 50 รัฐ มากกว่า 40 รัฐรวมถึง ดี.ซี. จัดเป็นความผิดอาญาร้ายแรง ส่วนรัฐสุดท้ายที่ออกกฎห้ามคือลุยเซียนาในปี 2008 และนอกจากกฎของรัฐ ยังมีกฎหมายสหพันธรัฐ Animal Welfare Act ที่ใช้ทั้งประเทศพร้อมกัน
Q: ผมจะตรวจสอบกฎหมายไก่ชนของรัฐที่จะไปได้อย่างไร?
A: เริ่มจากเว็บไซต์ทางการของรัฐนั้น แล้วค้นหาคำว่า animal fighting หรือ cockfighting ใน statutes ของรัฐ จากนั้นเทียบกับ Animal Welfare Act บนเว็บไซต์ National Agricultural Library ของ USDA เพื่อดูโทษกลาง ถ้าภาษากฎหมายอ่านยาก ให้ขอความเห็นจากทนายความ เพราะค่าปรึกษาครั้งเดียวถูกกว่าค่าคดีมาก
Q: การไปดูเฉย ๆ โดยไม่ได้เดิมพันผิดกฎหมายหรือไม่?
A: ผิดในหลายกรณี เพราะการเข้าชมเป็นความผิดใน 43 รัฐกับ ดี.ซี. และเป็นความผิดตามกฎหมายสหพันธรัฐ โทษจำคุกสูงสุด 1 ปี แม้ไม่ได้ลงเงินเลยก็ตาม การไม่เดิมพันอาจช่วยให้ข้อหาการพนันเบาลง แต่ไม่ลบความผิดฐานเข้าชม
Q: การครอบครองไก่ชนในสหรัฐฯ ผิดกฎหมายหรือไม่ และต่างจากการเลี้ยงไก่ทั่วไปอย่างไร?
A: การครอบครองไก่เพื่อใช้ชนผิดใน 39 รัฐกับ ดี.ซี. ส่วนการเลี้ยงไก่เป็นสัตว์เลี้ยงทั่วไปไม่ผิด ความต่างอยู่ที่เจตนา เช่น การมีอุปกรณ์มีคม การแยกฝึกไก่เพื่อชน หรือการมีสนามซ้อม ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เป็นหลักฐานของเจตนาได้ จึงควรเก็บหลักฐานว่าไก่ที่เลี้ยงอยู่ใช้เพื่ออะไร
Q: ถ้าถูกชวนไปสนามไก่ชนที่สหรัฐฯ ควรทำอย่างไร?
A: ให้ปฏิเสธอย่างสุภาพและอย่าไปเด็ดขาด เพราะเพียงการอยู่ในสถานที่ก็อาจถูกดำเนินคดีได้ หากไปแล้วเกิดการจู่โจมของเจ้าหน้าที่ ให้ไม่ให้ปากคำจนกว่าจะได้ปรึกษาทนาย และติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยเพื่อขอความช่วยเหลือเบื้องต้นด้านการติดต่อ
Q: ทำไมคนไทยที่เล่นไก่ชนถูกกฎหมายในไทยแล้วยังต้องสนใจกฎหมายสหรัฐฯ?
A: เพราะกฎหมายใช้ตามสถานที่ที่คุณอยู่หรือกระทำ ไม่ใช่ตามสัญชาติ ใบอนุญาตตามพ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 ใช้ได้ในไทยเท่านั้น เมื่อคุณเดินทาง ส่งสินค้า หรือโพสต์เนื้อหาให้ผู้ชมในสหรัฐฯ กฎหมายของสหรัฐฯ จึงเข้ามาเกี่ยวข้องทันที
กฎหมายไก่ชนรายรัฐในสหรัฐฯ ไม่มีรัฐไหนเป็นข้อยกเว้น ผิดครบทั้ง 50 รัฐ และกฎหมายสหพันธรัฐปิดช่องทางหลบเลี่ยงที่เหลือไว้เกือบหมด สิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุดคือเรียนรู้กฎอย่างรอบด้าน ตัดสินใจจากกฎที่เข้มที่สุด และเลือกเสพเนื้อหาไก่ชนที่ถูกกฎหมาย ถ้าอยากต่อยอดความรู้เรื่องไก่ชนไทยอย่างปลอดภัย ฝึกไก่ชนพร้อมเป็นแหล่งข้อมูลให้คุณ